Author Archives: admin

มรดกดนตรีแจ๊ส รำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อัลบั้มเพลงพระราชนิพนธ์ The Jazz King

Published by:

ดนตรีแจ๊สเป็นดนตรีอีกหนึ่งสาขาที่ฟังได้ง่ายมากกว่าที่คิดไว้เยอะทีเดียว คำพูดที่ว่าดนตรีแจ๊สต้องปีนบันไดฟังถึงจะรู้เรื่องนั้นไม่จริงเลย ดนตรีกลุ่มนี้เป็นดนตรีที่ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายก็ได้ เศร้าสร้อยก็ได้ หรือ จะฟังให้สนุกสนานก็มีให้เลือกด้วยเหมือนกัน วันนี้เราจะมาแนะนำอัลบั้มดนตรีแจ๊สเพลงหนึ่งที่เราควรหามาฟังสักครั้งหนึ่ง

อัลบั้มดนตรีแจ๊ส The Jazz King

อัลบั้มที่ว่านั่นมีชื่อว่า The Jazz King อัลบั้มที่อัดแน่นไปด้วยเพลงแจ๊สคุณภาพดีมากมาย โดยเพลงในอัลบั้มนี้มีความพิเศษตรงที่นำเพลงพระราชนิพนธ์มาเรียบเรียงใหม่ให้อยู่ในรูปแบบของแจ๊ส ซึ่งการจัดเรียงโน้ตดนตรีใหม่นั้น จะทำให้เราได้กลิ่นอายของเพลงเดิมอยู่ แต่ความรู้สึกที่ได้นั้นไม่เหมือนเดิม แตกต่างออกไป ซึ่งจะทำให้เราได้เสพงานดนตรีที่ดี มีคุณภาพต้องใช้คำว่าระดับโลกเลยทีเดียว นักดนตรีที่มาทำเพลงชื่อว่า Larry Carlton อัลบั้มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าเวอร์ชั่นแผ่นซีดีเป็นของหายากมากชิ้นหนึ่ง

เพลงแนะนำ เพลง ชะตาชีวิต

ภายในอัลบั้มดังกล่าวจะมีบทเพลงทั้งหมด 10 เพลงและมีโบนัสแทรกอีก 1 เพลง นักดนตรีจะหยิบเพลงพระราชนิพนธ์มาเรียงร้อยใหม่แบบบรรเลง ไม่มีเสียงร้อง หนึ่งเพลงที่เราชื่นชอบต้องเป็นเพลงชะตาชีวิตแน่นอน เนื้อเพลงที่เล่าถึงชีวิตของคนที่บางครั้งก็มีขึ้นมีลง บางครั้งก็ต้องเฝ้ารอโชคชะตามาหนุนนำให้เกิดสิ่งที่ต้องการโดยใช้ตัวละครอย่าง นก มาเป็นตัวเดินเรื่องของเนื้อเพลงในคราวนี้ ส่วนเรื่องดนตรีเป็นแจ๊สที่ใช้เครื่องประกอบจังหวะมาเร่งให้ตัวเพลงมีจังหวะที่รวดเร็ว สนุกนานกว่าต้นฉบับ สอดแทรกด้วยการใช้เสียงคอรัสคลอเบาๆ

เพลงแนะนำ เพลงยามเย็น

เพลงยามเย็นถือว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ถูกอัญเชิญนำไปขับร้องบ่อยมากในหลายโอกาส และ มีการเรียบเรียงใหม่อยู่ตลอดหลายเวอร์ชั่นมาก ใน The Jazz King เองก็ได้มีการหยิบเพลงนี้ขึ้นมาทำใหม่ด้วย เพลงยามเย็นเป็นเรื่องราวบรรยายความรู้สึก เหตุการณ์ อันหลากหลายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเย็น ส่วนดนตรีปรับให้เป็นเร็วเหมาะสำหรับงานเต้นรำครื้นเครงสนุกสนานของงานเลี้ยงตอนเย็น

เพลงแนะนำ เพลงดวงใจกับความรัก

เพลงนี้ในอัลบั้ม The Jazz King ถือว่าเป็นเพลงช้า ฟังสบาย เพลินฟังได้หลายรอบไม่เบื่อ ดนตรีชูจุดเด่นเสียงเครื่องเป่าอย่างแซกโซโฟนขึ้นมา สลับกับเครื่องดนตรีอื่นทำให้ไม่น่าเบื่อและดูเสียงสลับไปมาน่าฟัง เนื้อร้องเกี่ยวกับความรัก การบรรยายความรัก ความรู้สึกรัก ที่ซาบซึ้งกินใจมาก เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ฟังแล้วเกิดความรัก หรือ คิดถึงความรักได้เลยทีเดียว

ดนตรีแจ๊สไม่มีวันตาย เมื่อแจ๊สและภาพยนตร์พูดในสิ่งๆเดียวกัน

Published by:

เมื่อผมพูดถึงดนตรีแจ๊สกับเพื่อน หลายคนก็มักจะตอบกับผมว่า “แจ๊สยังไม่ตายอีกเหรอ” เห็นแล้วก็เหนื่อยใจจริงๆ เพราะเพื่อนผมเหล่านี้มักจะฟังแต่เพลงไทย ก็กับเพลงป๊อบอินเตอร์ แต่เขาไม่รู้เลยว่า “แจ๊ส” เป็นเพลงยอดนิยมอันดับ 2 ตลอดกาลของต่างประเทศ เป็นรองให้แค่กับเพลงคลาสสิคเท่านั้น ถึงแม้ในแง่การอุตสาหกรรมเพลงมันจะคิดเป็น 2% เท่านั้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อเทียบกับ “ฮิปฮอป” ที่คิดเป็น 21% ของตลาด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า แจ๊สจะไม่ได้รับความนิยมน้อยไปกว่าเลย และต่อไปนี้เราจะพามาดูหลักฐานกัน เพื่อพิสูจน์ว่าแจ๊สนั้นไม่มีวันตายดนตรีแจ๊สไม่มีวันตาย เมื่อแจ๊สและภาพยนตร์พูดในสิ่งๆเดียวกัน
เมื่อผมพูดถึงดนตรีแจ๊สกับเพื่อน หลายคนก็มักจะตอบกับผมว่า “แจ๊สยังไม่ตายอีกเหรอ” เห็นแล้วก็เหนื่อยใจจริงๆ เพราะเพื่อนผมเหล่านี้มักจะฟังแต่เพลงไทย ก็กับเพลงป๊อบอินเตอร์ แต่เขาไม่รู้เลยว่า “แจ๊ส” เป็นเพลงยอดนิยมอันดับ 2 ตลอดกาลของต่างประเทศ เป็นรองให้แค่กับเพลงคลาสสิคเท่านั้น ถึงแม้ในแง่การอุตสาหกรรมเพลงมันจะคิดเป็น 2% เท่านั้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อเทียบกับ “ฮิปฮอป” ที่คิดเป็น 21% ของตลาด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า แจ๊สจะไม่ได้รับความนิยมน้อยไปกว่าเลย และต่อไปนี้เราจะพามาดูหลักฐานกัน เพื่อพิสูจน์ว่าแจ๊สนั้นไม่มีวันตาย

แจ๊สที่สามารถพบได้ทุกที่

ถ้าหากคุณเดินทางไปนิวยอร์กซิตี้ หรือชิคาโก จะยังคงเห็นได้ชัดถึงวัฒนธรรมดนตรีแจ๊ส ที่สามารถพบได้อยู่ทั่วไปตามร้านอาหาร ผับ บาร์ ในขณะที่จุดกำเนิดของมันเริ่มต้นอยู่ในสถานที่แห่งนี้ แต่กลับแพร่หลายอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ ในเพียงช่วงเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ และยังคงได้รับความนิยมอยู่อย่างกว้างขวาง ในสถานที่เหล่านี้หลายแห่ง รวมถึงเมืองสำคัญๆ ในสหรัฐอเมริกา เช่นบอสตัน ลอสแองเจลิส และชิคาโก ผู้คนยังคงสามารถชมการแสดงดนตรีแจ๊สสดได้ในเมือง แล้วแบบนี้มันดูเหมือนว่าแจ๊สกำลังจะตายงั้นหรือ เพราะที่จริงแล้วมันตรงกันข้ามเลยต่างหาก
เพื่อพิสูจน์แจ๊สกำลังเป็นที่ความนิยมอย่างต่อเนื่อง คุณอาจจะเคยได้ยินภาพยนตร์มิวสิคัลยอดนิยมของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับดนตรีแจ๊ส! ถูกต้องแล้วปรากฏการณ์ภาพยนตร์ทางดนตรีกำลังกลับมาบูมอีกครั้ง กับเรื่อง “La La Land” ที่ได้รับรางวัลมากมายนับไม่ถ้วน และเกือบจะกลับบ้านไปพร้อมกับรางวัล Oscars ภายใต้นักแสดงนำหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างไรอัน กอสลิง ที่รับบทเป็นศิลปินแจ๊สในเรื่อง ถ้าถึงขนาดนี้แล้วคุณยังคิดว่า

แจ๊สกำลังถูกลืมเลือน ผมก็คงจะจนปัญญาแล้ว

La La Land หรือชื่อไทยว่า “นครดารา” เป็นภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2016 กำกับโดย เดเมียน ชาเซลล์ (Damien Chazelle) มีนางเอกเป็น (Emma Stone) เล่นคู่กับ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) ที่ทั้งคู่ต่างมีใจให้แก่กัน ในขณะที่ต่างฝ่ายก็พยายามจะไล่ตามความฝัน ในเมืองลอสแองเจลิสที่เต็มไปด้วยสีสัน หนังทำรายได้ไปกว่า 443.9 ล้านเหรียญ ในขณะที่ La La Land ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะไร้สาระเกี่ยวกับดนตรีแจ๊ส เป็นหนังไม่ได้เหมาะกับคนดูทุกประเภท ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ทำให้เรารู้อย่างหนึ่งว่า ยังมีผู้คนอีกมากมายที่สนใจแจ๊ส และกำลังจะมีเพิ่มขึ้นหลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้

The Original Dixieland Jazz Band วงดนตรีแจ๊สในตำนาน

Published by:

The Original Dixieland Jazz Band เป็นวงดนตรีแจ๊ส Dixieland ที่เริ่มเล่นในช่วงต้นปี ค.ศ. 1917 ด้วยผลงานเพลง “Livery Stable Blues” ซึ่งเป็นอัลบั้มเพลงแจ๊สชุดแรกของพวกเขาที่ได้วางขาย ในบรรดาผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดวงได้แก่ “Tiger Rag” มันเป็นดนตรีแจ๊สที่มีการบันทึกมากที่สุด ในปี ค.ศ. 2003 วงดนตรีประกอบด้วยนักดนตรีห้าคน พวกเขาเป็นกลุ่มนักดนตรีที่เล่นในขบวนพาเหรด งานเต้นรำ และงานโฆษณาในนิวออร์ลีนส์

จุดกำเนิดเริ่มต้นของวงเริ่มขึ้น เมื่อมีนักลงทุนจากชิคาโกได้ไปชักชวนให้ Alcide Nunez กับมือกลอง Johny Stein มาร่วมงานกัน เพื่อจะนำวงไปเปิดการแสดงที่ชิคาโก เหมือนกับวงของ Brown’s Band From Dixieland นำโดย Tom Brown หลังจากนั้นก็มีสมาชิกใหม่มาเข้าร่วมด้วยอย่าง Eddie Edwards กับ Henry Ragas และ Frank Christian ก่อนที่พวกเขาจะแยกทางกันไป โดย Nick LaRocca ได้ถูกจ้างมาแทน Christian มาช่วงหลังสุด

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ปี ค.ศ. 1916 นักดนตรีทั้งหลายก็เริ่มงานแสดงที่ Schiller’s Cafe ในชิคาโกภายใต้ชื่อวง Stein’s Dixie Jazz Band วงของพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก จนถูกจ้างให้ไปเล่นตามงานต่างๆ รวมถึงเสนอให้ไปเล่นสถานที่อื่นด้วยค่าตอบแทนมหาศาล ในขณะที่ตอนนั้น Stein เป็นสมาชิกคนเดียวที่ถูกเชิญตัวไป ทำให้สมาชิกที่เหลือต้องกระจายกันไปที่อื่นแทน

เขาเริ่มเล่นภายใต้ชื่อวงใหม่คือ “The Dixie Jazz Band” ส่วนทาง LaRocca กับ Nunez เกิดมีปัญหากันขึ้นมา ทำให้ในวันที่ 30 ตุลาคม Tom Brown’s Brand กับ OBDJ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวนักเล่นคลาริเน็ตคนใหม่ ด้วยการชวน Larry Shields เข้ามาเล่นให้ Original Dixieland Jazz Band วงของพวกเขาเกิดไปสะดุดตาของ Max Hart ทำให้ในปี ค.ศ. 1917 วงของพวกเขาได้ไปเล่นดนตรีประกอบ Reisenweber’s Café ในแมนฮัตตัน

การแยกวงของสมาชิก OBDJ

สมาชิกวงพากันแยกย้ายกันในปี ค.ศ. 1920 ซึ่งเป็นช่วงที่วงอยู่ในภาวะตกต่ำมากที่สุด ในขณะที่ Eddie Edwards ได้ไปทำงานใหม่ในนิวยอร์ค ในปี ค.ศ. 1936 Victor ได้ชวนกลับมาร่วมงานในสตูดิโอ ในระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้สร้างผลงานมากกว่า 25 ชิ้น ได้เดินสายจัดแสดงทัวร์ ก่อนที่จะแยกวงกันอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1940 Edwards กับ Sbarbaro ได้ตั้งวงดนตรีขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

โดยรอบนี้ไม่ได้ชวนสมาชิกเก่าแก่มาร่วมวงด้วย พวกเขาปล่อยเพลง “Tiger Rag” กับ “Sensation Rag” ในรูปแบบ V-Discs ซึ่งเป็นดนตรีที่ไม่ได้ผลิตเพื่อการพาณิชย์ แต่ออกให้กับกองทัพสหรัฐฯ เท่านั้น ย้อนกลับไปที่นิวออร์ลีนส์ LaRocca อนุญาตให้หัวหน้าวง Phil Zito ใช้ชื่อ ODJB เป็นเวลาหลายปี ส่วนลูกชายของ Nick LaRocca คือ Jimmy LaRocca ยังคงเป็นหัวหน้าวง The Original Dixieland Jazz Band