Author Archives: admin

The Original Dixieland Jazz Band วงดนตรีแจ๊สในตำนาน

Published by:

The Original Dixieland Jazz Band เป็นวงดนตรีแจ๊ส Dixieland ที่เริ่มเล่นในช่วงต้นปี ค.ศ. 1917 ด้วยผลงานเพลง “Livery Stable Blues” ซึ่งเป็นอัลบั้มเพลงแจ๊สชุดแรกของพวกเขาที่ได้วางขาย ในบรรดาผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดวงได้แก่ “Tiger Rag” มันเป็นดนตรีแจ๊สที่มีการบันทึกมากที่สุด ในปี ค.ศ. 2003 วงดนตรีประกอบด้วยนักดนตรีห้าคน พวกเขาเป็นกลุ่มนักดนตรีที่เล่นในขบวนพาเหรด งานเต้นรำ และงานโฆษณาในนิวออร์ลีนส์

จุดกำเนิดเริ่มต้นของวงเริ่มขึ้น เมื่อมีนักลงทุนจากชิคาโกได้ไปชักชวนให้ Alcide Nunez กับมือกลอง Johny Stein มาร่วมงานกัน เพื่อจะนำวงไปเปิดการแสดงที่ชิคาโก เหมือนกับวงของ Brown’s Band From Dixieland นำโดย Tom Brown หลังจากนั้นก็มีสมาชิกใหม่มาเข้าร่วมด้วยอย่าง Eddie Edwards กับ Henry Ragas และ Frank Christian ก่อนที่พวกเขาจะแยกทางกันไป โดย Nick LaRocca ได้ถูกจ้างมาแทน Christian มาช่วงหลังสุด

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ปี ค.ศ. 1916 นักดนตรีทั้งหลายก็เริ่มงานแสดงที่ Schiller’s Cafe ในชิคาโกภายใต้ชื่อวง Stein’s Dixie Jazz Band วงของพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก จนถูกจ้างให้ไปเล่นตามงานต่างๆ รวมถึงเสนอให้ไปเล่นสถานที่อื่นด้วยค่าตอบแทนมหาศาล ในขณะที่ตอนนั้น Stein เป็นสมาชิกคนเดียวที่ถูกเชิญตัวไป ทำให้สมาชิกที่เหลือต้องกระจายกันไปที่อื่นแทน

เขาเริ่มเล่นภายใต้ชื่อวงใหม่คือ “The Dixie Jazz Band” ส่วนทาง LaRocca กับ Nunez เกิดมีปัญหากันขึ้นมา ทำให้ในวันที่ 30 ตุลาคม Tom Brown’s Brand กับ OBDJ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวนักเล่นคลาริเน็ตคนใหม่ ด้วยการชวน Larry Shields เข้ามาเล่นให้ Original Dixieland Jazz Band วงของพวกเขาเกิดไปสะดุดตาของ Max Hart ทำให้ในปี ค.ศ. 1917 วงของพวกเขาได้ไปเล่นดนตรีประกอบ Reisenweber’s Café ในแมนฮัตตัน

การแยกวงของสมาชิก OBDJ

สมาชิกวงพากันแยกย้ายกันในปี ค.ศ. 1920 ซึ่งเป็นช่วงที่วงอยู่ในภาวะตกต่ำมากที่สุด ในขณะที่ Eddie Edwards ได้ไปทำงานใหม่ในนิวยอร์ค ในปี ค.ศ. 1936 Victor ได้ชวนกลับมาร่วมงานในสตูดิโอ ในระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้สร้างผลงานมากกว่า 25 ชิ้น ได้เดินสายจัดแสดงทัวร์ ก่อนที่จะแยกวงกันอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1940 Edwards กับ Sbarbaro ได้ตั้งวงดนตรีขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

โดยรอบนี้ไม่ได้ชวนสมาชิกเก่าแก่มาร่วมวงด้วย พวกเขาปล่อยเพลง “Tiger Rag” กับ “Sensation Rag” ในรูปแบบ V-Discs ซึ่งเป็นดนตรีที่ไม่ได้ผลิตเพื่อการพาณิชย์ แต่ออกให้กับกองทัพสหรัฐฯ เท่านั้น ย้อนกลับไปที่นิวออร์ลีนส์ LaRocca อนุญาตให้หัวหน้าวง Phil Zito ใช้ชื่อ ODJB เป็นเวลาหลายปี ส่วนลูกชายของ Nick LaRocca คือ Jimmy LaRocca ยังคงเป็นหัวหน้าวง The Original Dixieland Jazz Band

MDs’ Top 7 สุดยอดนักดนตรีแจ๊สขั้นเทพที่คุณควรรู้จัก

Published by:

ดนตรีแจ๊สถือว่าเป็นดนตรีที่มีความคลาสสิกในตัวอย่างมาก พื้นฐานที่คนรู้จักกันอาจเหมือนเยอะแต่จริงๆ แล้วนักดนตรีที่เล่นเพลงแจ๊สแบบเทพๆ ได้ต้องยอมรับว่าคนเหล่านี้ไม่ธรรมดา ต้องหมั่นใช้การฝึกฝน ใช้ความสามารถที่มี พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา และเมื่อใดก็ตามหากนึกถึงเพลงแนวนี้จะต้องนึกถึงบรรดา 7 สุดยอดนักดนตรีแจ๊สขั้นเทพเหล่านี้แน่ หากคุณไม่รู้จักแนะนำว่าต้องรีบอ่านโดยด่วน

Top 7 สุดยอดนักดนตรีแจ๊สขั้นเทพควรค่ากับการรู้จัก

1.      Mile Davis – สุดยอดนักทรัมเป็ตที่เป่าได้เสนาะหู หวาน และร่วมสมัยสุดๆ เขาอยู่ในวงการเพลงแจ๊สมานานยืนหยัดผ่านช่วงเวลามาหลายสมัย ทำให้เขามีการปรับเปลี่ยนวิธีเล่นไปตามยุค ทว่าแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานขนาดไหนเสียงทรัมเป็ตของเขายังคงตราตรึงในใจแฟนเพลงแบบไม่ลืมเลือน

2.      John Coltrane – เรียกว่ายุคเดียวกับ Mile Davis เพียงแต่เขาคนนี้ถนัดการเล่นแซ็กโซโฟนมากกว่า เรียกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้หยิบแซ็กโซโฟนขึ้นมาเป่ามันช่างเป็นอะไรที่ไพเราะเสียเหลือเกิน แม้บางเพลงของเขาคนไม่ค่อยได้ยินจะบอกว่าฟังยากแต่มันคือสุดยอดของจริง

3.      Dave Brubeck – นึกถึงเพลง Take Five ที่บุคคลคนนี้ได้พังทฤษฎีดนตรี 4 จังหวะ 1 ห้อง ลงไปแบบไม่เหลือชิ้นดีด้วยการเพิ่มไปอีก 1 จังหวะ เพลงนี้จึงคลายเป็นเพลงคลาสสิกและเขาก็คือนักเปียโนสุดคลาสิกด้วย

4.      Wes Montgomery – แม้กีตาร์อาจไม่ใช่เครื่องดนตรีโดดเด่นสุดของเพลงแจ๊สทว่าบุคคลผู้นี้เขาได้ทำลายสิ่งนั้นทิ้งไปด้วยการเป็นอัจฉริยะการเล่นกีตาร์สายแจ๊ส เป็นบุคคลผู้มีอิทธิพลต่อนักกีตาร์แจ๊สรุ่นหลังมากทีเดียว

5.      Buddy Rich – เป็นหัวหน้าวงดนตรีแนวบิ๊ก แบนด์ แจ๊ส เล่นกลอง แต่มักเป็นคนตรงๆ โผงผาง อารมณ์ร้อน ทว่าด้านฝีมือก็ต้องยอมรับว่านี่คือมือกลองที่ตีได้ดุดัน แม่นยำ อย่าคิดว่าจะได้ยินจังหวะหลุดๆ จากเขาคนนี้เป็นอันขาด มันไม่มีวันนั้นให้เห็นแน่

6.      Bill Evans – นักเปียโนขั้นเทพอีกคนที่สายแจ๊สต้องคุ้นหู ต้องบอกว่านี่คืออีกหนึ่งนักดนตรีแจ๊สที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก มีผลงานที่แฟนเพลงยังคงตราตรึงแบบไม่เสื่อมคลายอยู่หลายเพลงเหมือนกัน

7.      Antonio Carlos Jobim – แม้อาจไม่ได้มาสายแจ๊สตรงๆ แต่นับว่าน่าสนใจ เรียกว่าเขาเป็นบิดาแห่งดนตรีแนวบอสซาโนวา หรือบอสซ่า เขาคือคนที่นำแนวเพลงดังกล่าวซึ่งกำเนิดมาจากทางอเมริกาใต้ให้โด่งดังและได้รับความนิยมสูงมาก ถือเป็นอีกคนที่ควรค่ากับการได้รู้จัก

พระอัจฉริยะภาพทางการดนตรีของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทั่วโลกให้การยอมรับในฐานะ King of Jazz

Published by:

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีอัจฉริยะภาพหลายด้านด้วยกัน และหนึ่งในด้านที่คนมักพบเห็นกันอยู่บ่อยๆ นั่นก็คือในเรื่องของการดนตรี ซึ่งทั่วโลกต่างให้การยอมรับ และเรียกขานท่านว่า King Of Jazz

พระบรมฉายาลักษณ์ภาพหนึ่งอันทำให้ประชาชนทั้งหลายเกิดความสนใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ พระบรมฉายาลักษณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินีทรงประทับอยู่กับนักดนตรี Rock & roll ระดับตำนานชื่อก้องโลกอย่าง Elvis Presley ซึ่งภาพนี้ถูกบันทึกไว้ในปี 1960 ณ Paramount studios แน่นอนว่าพระองค์ทรงโปรด Elvis Presley ด้วย ถึงแม้พระองค์จะชอบ Jazz มากกว่า Rock & Roll ก็ตาม สำหรับ Elvis เราทุกคนต่างรู้กันดีว่าเขาเป็น king of rock & roll แต่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเป็น King of Jazz อันได้รับการยกย่องจากสากลทั่วโลก

พระองค์ทรงเริ่มทรง Trumpet ขณะกำลังศึกษาอยู่ ณ ประเทศ Switzerland หลังจากพระองค์ขึ้นครองราชย์ในปี 1946 พระองค์ได้ทรงก่อตั้งวงดนตรี Jazz ขึ้นมา โดยมีสมาชิกทั้งหมด 14 คน ได้เปิดการแสดงทุกวันศุกร์ ไม่เพียงแต่การเล่นดนตรีเท่านั้น พระองค์ยังทรงมีพระปรีชาด้านการประพันธ์ดนตรีไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงเอาไว้เกือบ 50 เพลง เช่น แสงเทียน, สายฝน, ยามเย็น เป็นต้น

อีกทั้งนักตำนานดนตรี Jazz หลายต่อหลายคนก็ล้วนเต็มไปด้วยความชื่นชม และยอมรับพระปรีชาสามารถของ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทั้ง Stan Getz, Lionel Hampton , Benny Goodman เคยมีเหตุการณ์หนึ่ง Lionel Hampton ได้กล่าวไว้ในนิตยสาร Sawasdee ว่า “He is simply the coolest King in the land”

นอกจากนี้ท่านยังมีพระราชหฤทัยในการศึกษาทางด้านดนตรีอย่างลึกซึ้ง เช่น ทำวิธีการบันทึกเสียงแบบใหม่ ซึ่งสามารถบันทึกเสียงได้เป็นช่อง และ นำวิธีนี้มาปรับปรุงวิธีในการสร้างสรรค์ดนตรี ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการบันทึกเสียงด้วยวิธีนี้ คือ สามารถใส่เครื่องดนตรีเข้าไปชิ้นในเพลงเดียวกัน เมื่อท่านทรงบันทึกเสียงเสร็จแล้ว ก็นำมาฟังทบทวน เพื่อพิจารณาถึงผลงาน ถ้ามีข้อบกพร่องท่านก็จะทำการแก้ไขใหม่ จนบันทึกเสียงให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่การเล่นดนตรี หรือพระปรีชาด้านการประพันธ์ดนตรี เท่านั้น แต่ท่านยังทรงมี ความเชี่ยวชาญทางด้านบันทึกเสียง รวมทั้งการใช้เครื่องมือทันสมัยต่างๆ อันเกี่ยวกับดนตรีด้วย

จากข้อมูลดังกล่าวนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งซึ่งแสดงออกให้เห็นถึง พระอัจฉริยะภาพทางการดนตรีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเราคนไทยทุกคนล้วนเกิดความภูมิใจที่เกิดมาใต้ร่มพระบารมีของท่าน รวมทั้งต้องช่วยกันเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้แก่ลูกหลานสืบต่อไป